เกาะเฟรเซอร์ (Fraser Island)

aus-09หากคุณกำลังจะเลือกไปทัวร์ออสเตรเลียเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ฟังเสียงคลื่นซัดหาดทรายอันไพเราะ หรืออาจจินตนาการถึงตัวเองที่กำลังเดินเล่นไปบนชายหาดอันขาวสะอาดและนุ่มฝ่าเท้า ก็คงไม่ที่ไหนในออสเตรเลียดีไปกว่า เกาะเฟรเซอร์ (Fraser Island) อีกแล้ว
เกาะเฟรเซอร์ (Fraser Island) เป็นเกาะทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของรัฐควีนส์แลนด์ ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของออสเตรเลีย โดยมีความประมาณ 120 กม. และกว้างประมาณ 24 กม. ถือว่าเป็นเกาะที่มีหน้าหาดยาวมากขนาดประมาณ กรุงเทพ-ระยองเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีพื้นที่ประมาณ 1840 ตารางกิโลเมตร หรือราว 1,033,000 ไร่เท่านั้นเอง (ไม่น้อยเลยนะ) เกาะเฟรเซอร์ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกเมื่อปี พ.ศ.2535 (1992) มีการสันนิษฐานว่าทรายเหล่านี้ถูกสะสมมาตั้งแต่ 750,000 ปี และมีหลักฐานว่าเคยมีผู้คนอาศัยอยู่ราวๆ 5,000 มาแล้ว และที่สำคัญที่สุดเลยสภาพแวดล้อมของที่นี่แตกต่างจากที่อื่นๆ โดยสิ้นเชิง เพราะแม้ว่าพื้นที่ด้านในจะเป็นพื้นที่แห้งแล้งทั้งหมดกลับถูกปกคลุมด้วยไม้เนื้อแข็ง
เนื่องจากเกาะแห่งนี้มีความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ ทำให้มีฉลามขาวที่ดุร้ายที่สุด อีกทั้งยังมีทรายดูดอยู่ด้วย แต่กระนั้นการทัวร์ออสเตรเลียที่เกาะเฟรเซอร์ก็ยังได้รับความนิยมอย่างสูง อีกทั้งยังการตั้งเต็นท์และแคมป์ปิ้งให้บริการอีกด้วย บนเกาะเฟรเซอร์มีนกและสัตว์ป่ามากมายหลายชนิด แต่กฎข้อสำคัญเลยก็คือห้ามให้อาหารพวกสัตว์เด็ดขาด เพราะจะทำให้เสียสมดุด ความมหัศจรรย์ของที่นี่มีหลากหลายมากมายและมีตำนานเรื่องเล่ามากมายอย่างนับไม่ถ้วน การไปทัวร์ออสเตรเลียที่เกาะนี้จึงไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

ได้อย่างเสียอย่าง

bali-08

หากเปรียบเทียบนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์บาหลีระหว่างเมื่อ 5 ปีก่อนหน้านี้กับปัจจุบันต้องยอมรับครับว่าจำนวนของนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์บาหลีนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากโดยในสมัยก่อนนั้นมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพียงแค่ 20% ของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไปทัวร์บาหลีในปัจจุบันนี้แค่นั้นเองครับ
สาเหตุที่บาหลีเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปัจจุบันนี้ก็เป็นเพราะว่าการท่องเที่ยวของบาหลีนั้นเขามีการโปรโมทประเทศของเขาอย่างหนักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาโดยในช่วงนั้นทางรัฐบาลของลาหลีได้ทุ่มงบ PR ประชาสัมพันธ์เกินกว่า 70% ของงบประมาณประจำปีทั้งหมดเพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของบาหลีให้ดีขึ้นซึ่งก็ถือว่าได้ผลครับเพราะเนื่องจากว่าหลังจากที่โฆษณาได้ออกไปทั่วโลกทำให้มีนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาเที่ยวและเมื่อพวกเขาเหล่านั้นได้มาเห็นแหล่งวัฒนธรรมอันมีค่าและมีความสวยงามจริงก็กลับไปบอกต่อเพื่อนๆให้พากันมาชมความสวยงามเหล่านั้นจึงทำให้บาหลีเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นและได้รับความนิยมสูงสุดเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
แต่อย่างไรก็ตามของทุกอย่างในโลกนี้เมื่อได้มาอย่างก็มักจะสูญเสียอีกอย่างไปไม่เว้นแม้แต่บาหลีที่แม้ว่าจะได้นักท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจที่ดีเข้าประเทศแต่พวกเขาเองกลับต้องสูญเสียความสวยงามล้ำค่าของธรรมชาติไปเพราะในปัจจุบันนี้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เริ่มมีการควบคุมดูแลได้ยากขึ้นเพราะเนื่องจากว่านักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมากมายรวมไปถึงการรักษาความสะอาดในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวที่มักมีนักท่องเที่ยวที่ไร้จิตสำนึกทิ้งขยะเรี่ยราดระหว่างการท่องเที่ยวซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลบาหลีต้องรีบจัดการ

มัลดีฟส์มาแล้วต้องมาอีก

ทุกครั้งที่เข้าสู่หน้าร้อนทีใดผมเองอดที่จะคิดถึงเมื่อคราวไปทัวร์มัลดีฟส์ไม่ได้เสียทุกครั้ง เชื่อไหมครับว่าสมัยก่อนย้อนไป 5-6 ปีที่แล้วผมเองไปทัวร์มัลดีฟส์แทบทุกปีก่อนที่เศรษฐกิจจะตกสะเก็ดอย่างแรงจนทำให้ต้องพักการไปทัวร์มัลดีฟส์ชั่วคราวแต่ถึงกระนั้นผมเองก็ยังคงตั้งใจไว้ว่าหากมีโอกาสเมื่อใดต้องแวะไปเที่ยวอีกให้ได้อย่างแน่นอน

maldives-09
สาเหตุที่ผมชอบไปเที่ยวมัลดีฟส์นั้นก็เนื่องจากว่าตัวผมเองนั้นมีถิ่นฐานบ้านเกิดอยู่ทางภาคเหนือซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าทางภาคเหนือนั้นเขาไม่มีท้องทะเลให้ได้ยลโฉมกันดังเช่นภาคตะวันออกหรือภาคใต้ ดังนั้นในวัยเด็กผมเองจึงใฝ่ฝันที่จะไปทะเลอยู่เสมอๆ และรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ไปทะเลไม่ว่าจะเป็น พัทยา บางแสน หรือชะอำ
ต่อมาเมื่อโตขึ้นอาการชอบไปเที่ยวทะเลก็ยังไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันมันกลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมโดยคราวนี้มีเป้าหมายถึงขนาดว่าจะไปเที่ยวทะเล ชายหาดเมืองนอกกันเลยทีเดียวซึ่งก็พยายามหาข้อมูลครับว่าทะเลที่สวยงามในต่างประเทศมีที่ใดบ้างจนกระทั่งท้ายสุดมาจบที่มัลดีฟส์นี่แหละครับ
ต้องยอมรับกันตามตรงครับว่ามัลดีฟส์นั้นมีความสวยงามมากๆ เลยทีเดียวหากใครก็ตามที่ได้มาเที่ยวแล้วครั้งหนึ่งย่อมต้องพยายามหาเวลากลับมาเที่ยวใหม่อีกครั้งให้ได้อย่างแน่นอนดังนั้นหากใครก็ตามที่พอมีโอกาสแล้วล่ะก็อยากที่จะให้มาลองชมความงามของมัลดีฟส์ด้วยตัวเองรับรองเลยครับว่าประทับใจจนไม่อยากกลับบ้านอย่างแน่นอน

ว่าด้วยเมืองโฮจิมินห์

viet-00

ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าคนที่เพิ่งไปทัวร์เวียดนามครั้งแรกย่อมต้องคิดว่าเมืองโฮจิมินห์เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดในประเทศเวียดนามแต่สำหรับคนที่ไปทัวร์เวียดนามหลายครั้งหรือไปทัวร์เวียดนามจนช่ำชองมาแล้วจะรู้ทันทีว่าประเทศโฮจิมินห์นั้นก็เหมือนเมืองอื่นๆ ของเวียดนามที่ไม่ค่อยจะมีอะไรโดดเด่นมากมายยกเว้นชื่อเมืองที่ตั้งมาจากบุคคลสำคัญของประเทศเวียดนามนั่นเอง
เมืองโฮจิมินห์หรือนครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City) นั้นเป็นเมืองที่อยู่บริเวณปากแม่น้ำโขงและถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนามโดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นเมือโฮจิมินห์เองไม่ได้มีชื่อเช่นนี้แต่ชื่อว่า “ไซ่ง่อน” หรือแปรยนครเพราะเนื่องจากว่าเป็นเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองของประเทศกัมพูชา และเมื่อต่อมาประเทศเวียดนามเองได้แยกเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้เมืองไซ่ง่อนเองก็อยู่ภายใต้การปกครองของเวียดนามใต้เรื่อยมาจนกระทั่งเมืองเวียดนามเหนือได้เข้าทำสงครามและยึดอำนาจเวียดนามใต้ได้เป็นผลสำเร็จจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อไซ่ง่อนเป็นนครโฮจิมินห์เพื่อเป็นเกียรติแก่โฮจิมินห์ผู้นำของเวียดมินห์ในขณะนั้นนั่นเอง
ถึงแม้ว่านครโฮจิมินห์จะไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมากมายก็ตามทีแต่บรรดานักท่องเที่ยวต่างก็เดินทางมาเที่ยวอย่างไม่ขาดสายเพราะเนื่องจากว่าเมืองโฮจิมินห์นั้นเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศโดยขณะนี้ทางเวียดนามเองได้กำลังก่อสร้างสนามบินนานาชาติล็องถั่ญอยู่ซึ่งมีกำหนดการแล้วเสร็จภายในปี ค.ศ.2020 ซึ่งหากสร้างเสร็จเมื่อใดสนามบินแห่งนี้ก็จะกลายเป็นสนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนามไปในทันที

ความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับไฟฉุกเฉิน

สำหรับคนที่เคยใช้หรือที่บ้านกำลังใช้ไฟฉุกเฉินอยู่ก็คงจะไม่ค่อยมีปัญหาอะไรกับไฟฉุกเฉินสักเท่าไหร่นักแต่สำหรับคนที่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้หรือกำลังคิดที่จะใช้ไฟฉุกเฉินแล้วผมเชื่อว่าอาจจะมีการได้รับข้อมูลผิดๆ ที่เกี่ยวข้องกับไฟฉุกเฉินกันมาบ้างดังนั้นบทความในตอนนี้เราจะมาดูกันครับว่าความเชื่อที่ผิดๆ ที่เกี่ยวกับไฟฉุกเฉินมีอะไรบ้าง

light-01
1.ติดตั้งไฟฉุกเฉินแล้วทำให้ค่าไฟสูงขึ้น
ความเชื่อข้อนี้ถือเป็นความเชื่อที่ติดอันดับความเชื่อที่ผิดๆ มากที่สุดเพราะคนทั่วไปมักจะคิดว่าไฟฉุกเฉินนั้นจะเป็นตัวกินไฟเหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ แต่ความเป็นจริงแล้วนั้นเจ้าไฟฉุกเฉินนั้นไม่ได้กินไฟแต่อย่างใดครับเพราะหน้าที่ของมันนั้นคือการกักเก็บไฟสำรองเพื่อเอาไว้ใช้และเมื่อมันเก็บไฟจนเต็มแล้วมันก็จะไม่กินไฟอีกต่อไปดังนั้นจึงไม่ทำให้ค่าไฟสูงขึ้นดังที่เข้าใจอย่างแน่นอน
2.ไฟฉุกเฉินเป็นสาเหตุทำให้ไฟในบ้านดับหรือเกิดอาการไฟตกอยู่บ่อยๆ
ข้อนี้ก็ถือเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์อีกเช่นกันเพราะว่าก่อนการจะติดตั้งเครื่องไฟฉุกเฉินนั้นทางช่างผู้เชี่ยวชาญที่จะดำเนินการติดตั้งนั้นจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบมาตรไฟและการใช้กระแสไฟในบ้านอยู่ก่อนแล้วว่าอยู่ในระดับใดและควรใช้เครื่องสำรองไฟฉุกเฉินแบบไหน ความจุเท่าใดจึงจะไม่ดึงกระแสไฟดังนั้นความเชื่อที่บอกกันว่าหากติดตั้งเครื่องไฟฉุกเฉินแล้วจะทำให้ไฟตก ไฟดับบ่อยๆ จึงเป็นความเชื่อที่ผิดและคิดกันเอาเองครับ

ประวัติความเป็นของโทรทัศน์วงจรปิดจนมาถึงกล้องวงจรปิด

cctv-00

โทรทัศน์วงจรปิด (อังกฤษ: closed circuit television หรือย่อว่า CCTV) คือระบบการบันทึกภาพเคลื่อนไหวด้วยกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นระบบสำหรับการใช้เพื่อการรักษาความปลอดภัย หรือใช้เพื่อการสอดส่องดูแลเหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่นอกเหนือจากการรักษาความปลอดภัย
โทรทัศน์วงจรปิดได้ติดตั้งระบบครั้งแรกโดย เอจี Siemens ที่ ทดสอบ V(2) ใน Peenemünde เยอรมนีใน 1942เพื่อสังเกตการณ์สำหรับการเปิดตัวของ V2-rockets(V2-rockets คือขีปนาวุธของเยอรมนีตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 วิศวกรเยอรมันชื่อ Walter Bruch คือรับผิดชอบในการออกแบบและการติดตั้งระบบ และ ในเดือนกันยายน 1968, Olean นิวยอร์ก คือแรกเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อติดตั้งกล้องวิดีโอ ในถนนธุรกิจเพื่อป้องกันการก่อการร้าย ต่อมาการใช้ โทรทัศน์วงจรปิดในภายหลังได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นใน ธนาคาร, สถานที่ราชการ,ที่สาธารณะ หรือแม้กระทั่งบริษัทห้างร้านต่างๆ
องค์ประกอบที่สำคัญของระบบโทรทัศน์วงจรปิด
1. กล้องโทรทัศน์วงจรปิดและเลนส์ (กล้องวงจรปิด, CCTV Camera and Lens)
1.1 กล้องมาตรฐาน เป็นกล้องที่ใช้ในแสงปกติ เช่นในเวลากลางวัน แต่จะให้ภาพไม่ชัดในเวลากลางคืน
1.2 กล้องอินฟราเรด เป็นกล้องที่ใช้แสงจากหลอดอินฟราเรดส่องไปกระทบวัตถุ เพื่อให้กล้องจับภาพบริเวณนั้นๆได้ อินฟราเรดจะทำงานเมื่อสภาวะแสงบริเวณนั้นน้อยลงในระดับหนึ่ง โดยจะมี censor ที่ด้านหน้าของกล้องตรวจวัดระดับแสง แล้วจะส่งสัญญาณให้หลอดอินฟราเรดทำงาน และเมื่อหลอดอินฟราเรดทำงานภาพจะเปลี่ยนเป็นขาว-ดำ ทันที
1.3 กล้อง Day & Night กล้องวงจรปิดที่สามารถใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ต้องการแสงเล็กน้อยเพื่อให้กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ และเมื่อกล้องวงจรปิดได้รับแสงน้อยมากๆ (สภาวะที่ยังมีแสงอยู่เล็กน้อย) ก็จะเปลี่ยนภาพเป็นโหมด ขาว-ดำ
1.4 กล้อง Star Light การทำงานคล้ายๆ กับกล้อง Day & Night แต่พิเศษกว่าตรงที่สามารถให้ภาพสีในเวลากลางคืน แม้จะมีแสงเพียงเล็กน้อยก็ตาม
2. สายเคเบิลสำหรับการส่งสัญญาณภาพและบีเอ็นซีคอนเนคเตอร์ (Signal Cable and BNC Connector) สามารถใช้ได้ทั้งสายนำสัญญาณแบบทั่วไป หรือสายใยแก้ว
3. เครื่องบันทึกภาพและจอแสดงผล (CCTV Recorder and Monitor) เดิมใช้ระบบบันทึกภาพแบบม้วนวิดีโอ VHS บันทึกแบบอนาลอก ซึ่งมีราคาถูก แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เปลี่ยนไปเป็นการบันทึกภาพแบบดิจิตอล บันทึกลงบนฮาร์ดดิสก์ ขนาดความจุที่แตกต่างกัน มีระบบควบคุมอัตโนมัติ เช่นสามารถบันทึกได้ 30 วัน เมื่อถึงวันที่ 31 ก็จะลบวันที่ 1 โดยอัตโนมัติ เป็นต้น
ซึ่งการทั้งบันทึกภาพแบบดิจิตอลหรือการบันทึกแบบอนาลอก สามารถบันทึกในคราวเดียวกันได้มากกว่า 1 กล้อง เช่น 2, 4, 6 ฯลฯ แต่ก็มีจุดอ่อนตรงที่หากแบ่งเป็นหลายช่องหลายกล้องบันทึกพร้อมกัน จะทำให้คุณภาพของภาพที่ได้ไม่ชัดเจน เมื่อจะนำภาพไปใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่เพราะภาพจะไม่ชัด
Ok

ประโยชน์ของกล้องวงจรปิด
• รักษา เฝ้าระวัง ความปลอดภัยของ บุคคลและสถานที่ สำหรับเฝ้าดูและเก็บหลักฐานการทำผิดกฎหมาย ซึ่งโจรผู้ร้ายมักจะหลีกเลี่ยงการทำผิดต่อหน้ากล้องวงจรปิด เพราะจะเป็นหลักฐานที่สำคัญในการจับกุม แต่บ่อยครั้งที่โจรสามารถหลบเลี่ยงมุมกล้องได้
• ตรวจสอบการทำงาน ใช้ประโยชน์ในโรงงาน สำหรับผู้จัดการ ในการดูพฤติกรรมการทำงานของพนักงานในโรงงาน
• ทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ ใช้ประโยชน์เหมือนตาระยะไกลในการเฝ้ามองผ่านตัวเซ็นเซอร์เพื่อควบคุมระบบอัตโนมัติ
• คำนวณตรวจสอบ เช่น การตรวจสอบคุณภาพ
• ใช้เป็นหลักฐาน เพราะได้ทั้งภาพและเสียง ภาพวิดีโอที่บันทึกได้จึงมีความน่าเชื่อถือกว่าเทปเสียง แต่ส่วนใหญ่ภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานมักจะมีเฉพาะภาพเคลื่อนไหวอย่างเดียว มักจะไม่มีเสียงประกอบ

รักษาสิวยังไงไม่ให้กลับมา

acne-06

เพราะสิวเป็นสิ่งที่ไม่พึ่งประสงค์บนใบหน้าค่ะ ฉะนั้นคงไม่มีใครอยากจะเป็นสิวซ้ำซาก ดังนั้นจึงต้องมีวิธีดูแลรักษาผิวหน้าแบบขจัดสิวถาวรลาก่อนตลอดชาติ ซึ่งวิธีรักษาก็ไม่ยากค่ะ ใช้วิธีแบบธรรมชาติ แบบที่คุณคาดไม่ถึงเลยล่ะ เอาล่ะมีวิธีไหนกันบ้างมาดูกันเลยค่ะ
1. น้ำมะนาวเอาอยู่
มะนาว พืชสวนครัวสารพัดประโยชน์ที่ช่วยในเรื่องผิวพรรณเพราะมีวิตามินซีสูงมาก การใช้น้ำมะนาวรักษาสิวนั้นเป็นวิธีที่ได้ผลและปลอดภัยมากค่ะ นำน้ำมะนาวผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อยเพื่อช่วยในการสมานผิว ทาลงบนสิวทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกค่ะ มะนาวจะเข้าไปช่วยรอยด่างดำสิว ลดการอักเสบและช่วยลดการเกิดสิวใหม่ด้วยค่ะ แต่ไม่ควรใช้บ่อยเกินไปเพราะกรดในมะนาวจะกัดผิวหน้าได้ค่ะ
2. เบรคกิ้งโซดารักษาสิว
เบรคกิ้งโซดาหรือผงฟูนั้นก็สามารถรักษาสิวได้เช่นกันค่ะ ให้นำผงฟูผสมกับน้ำแล้วนำไปแต้มสิว หากคุณมีผิวที่บอบบางก็ไม่ควรทิ้งไว้นานนะคะ ประมาณ 5 นาทีล้างออกได้เลยค่ะ ผงฟูจะเข้าไปช่วยลดการอักเสบและช่วยกำจัดรอยดำต่าง ๆ ที่เกิดจากสิวค่ะ
3. ไข่ขาวแก้สิวเสี้ยน
เพียงนำไข่ขาวมามาส์กหน้าทิ้งไว้ให้แห้งและรู้สึกตึง ไข่ขาวจะช่วยดึงสิวอุดตัน สิวเสี้ยนที่อยู่ใต้ผิวหนังให้หลุดออกมาค่ะ มาส์กทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ทำสัปดาห์ละครั้งค่ะ สิวเสี้ยนที่เคยขึ้นอยู่ตามจมูกจะหายไปเลยล่ะ ลองทำกันดูนะคะเพื่อผิวหน้าที่สวยใสไร้สิวค่ะ

เกร็ดความรู้คู่บ้าน

home

สำหรับเคล็ดลับการดูแลบ้านนั้นมีหลากหลายวิธีและหลากหลายเคล็ดลับ ซึ่งคุณแม่บ้านหลาย ๆ คนอาจจะรู้หรือไม่รู้หรือคาดไม่ถึงว่าจะเป็นวิธีการที่จะใช้ได้กับเรื่องต่าง ๆ ภายในบ้าน และ เคล็ดลับที่อยากจะนำเสนอนั้นมีอะไรบ้างและน่าสนใจขนาดไหนเรามาดูกัน
-สำหรับหลาย ๆ บ้านที่มีเครื่องแก้วเช่นพวกเครื่องแก้วเจียระไนที่มีราคาแพง แน่นอนว่าหากนำมาใช้งานมันต้องคราบและริ้วรอยต่าง ๆ ดังนั้นเคล็ดลับง่าย ๆ คือ ให้นำเปลือกฝรั่งมาแช่น้ำและนำเครื่องแก้วใส่ลงไปทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมงแล้วทำความสะอาดตามปรกติ รับรองได้ว่าเครื่องแก้วเจียระไนจะกลับมาสดใสเหมือนเดิมแน่นอน
-ของตกแต่งบ้านที่ทำจากทองเหลือง เมื่อใช้ไปนาน ๆ ย่อมมีคราบหรือหมองลงอย่างแน่นอน และ วิธีที่จะทำให้กลับมาเหลืองอร่ามเหมือนใหม่นั้นไม่ยากเลย แค่นำหัวหอมมาต้มในน้ำให้เดือดแล้วนำมาขัดเครื่องทองเหลืองจะช่วยให้ดูสดใสเหมือนใหม่เลยทีเดียว
-การประหยัดแก๊สแบบง่าย ๆ สำหรับแม่บ้านที่ชอบทำอาหารและเบื่อที่ต้องเติมแก๊สบ่อยๆ และ เนื่องจากค่าแก๊สนั้นแพงขึ้นเรามีวิธีง่าย ๆ มานำเสนอในการประหยัดแก๊ส คือการเปิดแก๊สนั้นให้ดูระดับของเปลวไฟให้อยู่พอดีกับก้นภาชนะของเราและควรปรับความแรงให้เปลวไฟเป็นสีน้ำเงินเพราะนั่นคือปริมาณแก๊สที่ออกมาพอดีไม่แรงจนเกินไปนั่นเองจะสามารถช่วยเราประหยัดแก๊สได้
-สำหรับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์หรือของใช้ที่เป็นเครื่องหนังคงไม่อยากให้มีรอยด่างดำอย่างแน่นอน ดังนั้นวิธีทำความสะอาดรอยเปื้อนต่าง ๆ ไม่ให้เกิดคราบกระด่างกระดำคือการน้ำน้ำมันสลัดประมาณ 2-3หยดผสมกับน้ำสบู่และใช้แปรงขนนุ่ม ๆ เช่นแปรงสีฟันเก่า จุ่มลงไปแล้วนำมาขัดที่รอยเปื้อนนั้น และ เช็ดด้วยน้ำสบู่ที่ไม่ผสมน้ำมันสลัดอีกครั้งก่อนเช็ดด้วยผ้าชุปน้ำเย็นและปล่อยให้แห้ง ง่าย ๆ แค่นี้รอยดำต่าง ๆ ก็จะหายไป

« Older Entries